ข่าวสารและบทความ

เสน่ห์ “สีไทยโทน” กับโอกาสในก้าวสู่ Tropical Tone

วันที่ 16 ก.พ. 2559 เวลา 11:31 น.
 3913
UploadImage

นิทรรศการ “สีไทยโทน” เสน่ห์ไทยเพิ่มมูลค่าธุรกิจ ภายใต้โครงการศูนย์บันดาลไทย โดย กระทรวงวัฒนธรรม จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 ตุลาคม-3 พฤศจิกายน 2558 ณ Hof Art Space ในโครงการ W District ในระหว่างนั้น มีกิจกรรมเพื่อเติมความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ 3 เรื่องคือ (1) การเสวนาเรื่อง เสน่ห์สีไทยโทน : จากอัตลักษณ์ไทยสู่ Tropical Color (2) เวิร์คช็อปเรื่อง การปรุงสีไทยโทนเพื่องานศิลปะและงานออกแบบ และ (3) เวิร์คช็อปเรื่อง การจับคู่สีไทยโทนเพื่องานออกแบบและกราฟิกดีไซน์

หลังจากนั้น จึงนำมาจัดเป็นนิทรรศการหมุนเวียนที่ศูนย์บันดาลไทย ชั้น 3 หอศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ และมีการจัดฟอรั่มกระทัดรัดสำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสร่วมกิจกรรมในนิทรรศการหลัก
ฟอรั่มเสวนาครั้งนี้เป็นหัวข้อ เสน่ห์ “สีไทยโทน” กับโอกาสในก้าวสู่ Tropical Tone มีวิทยากรที่เป็นเจ้าของงานวิจัยเรื่องสีไทย คือ อาจารย์ไพโรจน์ พิทยเมธี อาจารย์สุธินี ตันอังสนากุล ผู้ทำงานเกี่ยวข้องกับการกำหนด “เทรนด์สี” ในโลกแฟชั่น และคุณสักกฉัฐ ศิวะบวร ทำหน้าที่เชื่อมร้อยบริบทเสน่ห์สีไทย
 
 UploadImage
 
UploadImage

สุธินี ตันอังสนากุล
ที่มาของเทรนด์สีโลก

InterColor ก่อตั้งจาก 4 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และอังกฤษ หน้าที่คือกำหนดเทรนด์สีของโลกโดยให้แต่ละประเทศนำเสนอแนวคิดจากปัจจัยต่างๆ แล้วนำมาวิเคราะห์ร่วมกัน แต่ละซีซั่นอาจจะมีการหลอมรวมผสมผสาน เช่น แนวคิดธรรมชาติกับการแพทย์ วัฒนธรรมกับธรรมชาติ แม้กระทั่งสีผิว (skin tone) ซึ่งเกิดเป็นเทรนด์สีโลก
 
UploadImageUploadImage

สถาบันวิจัยแฟชั่นแห่งประเทศไทย (InFASH) ก่อตั้งในปี 2551 มีภารกิจในการวิจัยคาดการเทรนด์ล่วงหน้า ภายใต้การบริหารของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ

เทรนด์ หมายถึง การสร้างจุดเปลี่ยน หรือสิ่งที่ทำแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น การสืบค้นรวบรวมสีไทยโทนให้กลับเข้ามาสู่การรับรู้ ถ้าสังคมไทยให้ความสนใจมากก็เรียกว่าเป็นเทรนด์ ปกติการคาดการณ์เทรนด์มักจะคาดการณ์ล่วงหน้า 2 ปี โดยวิเคราะห์จากเหตุการณ์บ้านเมือง ศิลปวัฒนธรรม สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต เทคโนโลยีแต่ละด้านก็มีส่วนในการกำหนดเทรนด์เช่นกัน

UploadImageUploadImage
UploadImage
UploadImage

การจะนำเทรนด์ไปใช้ ต้องใช้วิธีการประยุกต์ผสมผสานกัน (combination) เช่น สีฟ้าจะมาทุกฤดูกาล แต่เราจะเลือกสีฟ้าใช้คู่กับ “อะไร” ให้เหมาะสม นั่นอยู่ที่การผสมผสาน InFASH จึงวิจัยเพื่อนำเสนอเทรนด์ล่วงหน้าให้กับผู้ประกอบการ ถ้ารู้เทรนด์ล่วงหน้าก็สามารถผลิตสินค้าและบริการโดยเติมภูมิปัญญาไทย เพื่อออกจำหน่ายให่ได้พร้อมกับเทรนด์ของโลก

 
UploadImage

ไพโรจน์ พิทยเมธี
กำหนด “เทรนด์” จากเหตุการณ์
จุดเด่นของสีไทยโทนคือความงดงาม เนื่องจากปรุงจากวัตถุดิบธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อนำไปใช้สีจะลดความสดลง (ยกเว้นเสน) และชื่อเรียกสีที่ไพราะ เป็นจุดขายได้ในกรณีงานแบบออกแบบเชิงพาณิชย์ และงานวิจัยที่นำมาสู่นิทรรศการนี้ ได้มีการค้นคว้าสีไทยโทน ชื่อสีไทยโทน และเทียบเฉดสีไทยโทน กับเครื่องมือของแพนโทน (Pantone) เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน โดยเทียบกับค่า C M Y K ทำให้นักออกแบบไม่ต้องปรุงสีใหม่ แต่ได้ค่าสีและชื่อสีไทยโทน นับเป็นความก้าวหน้าในการพาสีไทยโทนออกสู่การใช้โลกธุรกิจจริง ดังตัวอย่างกรณีศึกษาต่างๆ ที่ปรากฏในนิทรรศการ

UploadImage
UploadImage

การวิเคราะห์เทรนด์จากไทยโทน ถ้าทำให้คนในประเทศเข้าใจ ทั่วโลกก็จะเข้าใจ อยู่ที่การสื่อสาร ผมขอยกตัวอย่างว่า ขณะที่โลกกำลังวุ่นวายด้วยสถานการณ์การเมืองต่างๆ ผมกำหนดให้ ‘ครามเป็นเทรนด์สีของปีหน้า โดยวิเคราะห์และตีความว่าความวุ่นวายของโลก ถ้าใช้สีทึมๆ ลงสักหน่อย โลกคงพอจะสงบลงได้
 
UploadImage


สุธินี ตันอังสนากุล
ต้องใช้แบบ 50:50

ไทยเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่มีโอกาสเข้าร่วมประชุมการกำหนดเทรนด์ของ Intercolor ซึ่งจัดที่ประเทศจีน เมื่อปลายปี 2557 ที่ผ่านมา InFASH ได้รวบรวมเรื่องราวและงานแสดงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศในช่วงเวลานั้น เพื่อนำเสนอที่ประชุม เหตุการณ์ที่นำเสนอมีเรื่องสีสันต่างๆ ที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม เครื่องแต่งกาย

UploadImage

ในกรณีสีไทยโทน หากจะวิเคราะห์ ก็อาจสรุปได้ว่า เราคงใช้สีไทยโทนทั้งหมดไม่ได้ เพราะโลกยังไม่ยอมรับความเป็นสากล (ของสีไทยโทน) เรายังต้องใช้สีอินเตอร์คัลเลอร์ประมาณ 50% ผสมผสานสีไทยโทน 50% เพื่อสร้างการรับรู้แบบค่อยเป็นค่อยไป

UploadImage
 
สักกฉัฐ ศิวะบวร
การจับคู่

สีไทยโทนมาจากวัสดุธรรมชาติ เป็นมรดกภูมิปัญญาที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ การจับคู่สี (combination) สินค้ากลุ่มแฟชั่นนั้นไม่ได้มีแค่เสื้อผ้า แต่รวมถึงยาทาเล็บ ลิปสติก เครื่องประดับต่างๆ ฯลฯ เรามักเรียกสีสดๆ แบบไทยๆ ว่า “สีลิเก” แต่ลองนึกดูว่าถ้าเขาใส่สีทึมๆ มาเล่นลิเก...เราก็คงไม่ดู นั่นคือวิถีชีวิต เราจึงมีภูมิปัญญาในการจับคู่สี เช่น การจับคู่สีเครื่องนุ่งห่มที่มีความเชื่อซ่อนอยู่ในความงาม อาทิ นุ่งลิ้นจี่-ห่มโศก เป็นต้น บริบทแบบนี้จะเสริม “เสน่ห์ไทยโทน” ให้ชัดขึ้น ในขณะที่เพื่อนบ้านอาเซียนยังไม่มี”
 UploadImage
 
 

ไพโรจน์ พิทยเมธี
ผลักดันไทยโทน...สู่ Tropical Colour

วัฒนธรรมในเอเชีย โดยเฉพาะในอาเซียนมีความคล้ายกันหรือร่วมกันหลายประการ สิ่งที่เราคิดว่าเป็นของเรา ก็เป็นของอินโดนีเซีย ของจีน หรือของญี่ปุ่น วัสดุปรุงสี เช่น ชาด หรือยางรัก ซึ่งเป็นสีดำกับสีแดง เราก็มีวัฒนธรรมร่วมกัน การใช้ทองคำเปลว ก็เป็นวัฒนธรรมที่ชาวเอเชียถือว่าเป็นมงคล และยังเป็นสีที่ใช้ร่วมกันในภูมิภาค วัสดุหลายอย่างก็ใช้คล้ายกัน เช่น ดอกไม้ เนื่องจากเรามีทรัพยากรธรรมชาติที่คล้ายๆ กัน มีการรับรู้ใกล้เคียงกัน ดังนั้นเมื่อเรานำสีไทยโทนออกไปใช้ ผมคิดว่าน่าจะเกิดการยอมรับในภูมิภาคได้ง่าย เพราะมีความเข้าใจ

สิ่งที่เราควรทำคือ สร้างองค์ความรู้ให้แข็งแรง ถ้าเราไม่แข็งแรงพอ เมื่อเปิดประชาคมอาเซียน เราจะกลายเป็นอื่นได้ง่าย เกาหลีเผยแพร่วัฒนธรรมผ่านธุรกิจบันเทิง สีไทยโทนไม่ได้เป็นแค่สี แต่มีเรื่องราวความเชื่อในความงาม เมื่อสีไทยโทนได้รับความสนใจ ก็จะได้รับการเผยแพร่ผ่านผลิตภัณฑ์และธุรกิจบริการ และถ้าทั้งภูมิภาคใช้สีไทยโทน ก็ถือว่าเป็นการเผยแพร่วัมนธรรมไทยผ่านสีไทยโทน และนี่คือการไปสู่ Tropical Colour ในอนาคต

UploadImage
UploadImage

 
สุธินี ตันอังสนากุล
คาแรคเตอร์สีไทยโทน

การจะนำสีไทยโทนให้ก้าวไปสู่ Tropical Colour ต้องเริ่มจากการสร้างการรับรู้ในอาเซียน ซึ่งจะต้องได้รับการสนับสนุนที่จริงจังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจจะเริ่มจากการทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง โดยจัดประชุมแลกเปลี่ยนความคิดและร่วมกันวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ พูดถึงเรื่องใหม่ๆ หรือมีเหตุการณ์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในภูมิภาค เพื่อร่วมกันกำหนดเทรนด์ ต่อมาก็เชิญประเทศอื่นๆ จากองค์กรต่างๆ ในภูมิภาคมาเข้าร่วม

มีไทยโทนมีคาแรคเตอร์ที่แสดงถึงลักษณะคนไทยที่มีอารมณ์ขัน ขี้เล่น ชอบแสดงออก สนุกสนาน อารมณ์ดี มีมุมมองด้านบวกที่แทรกอยู่ ถือว่าเป็นอัตลักษณ์หนึ่งที่แข็งแรงของคนไทย เป็นมุมมองที่ต่างชาติเข้าใจได้ การจะก้าวไปสู่เวทีที่มีมาตรฐานสูงในระดับนานาชาติ เราต้องเข้าใจบริบทของสังคมที่แท้จริงด้วย
 
 
UploadImage




เรียบเรียงจากฟอรั่มเสวนาเรื่อง “เสน่ห์สีไทยโทนกับโอกาสในก้าวสู่ Tropical Tone”
วันที่ 9 ธันวาคม 2558 ณ ศูนย์บันดาลไทย ชั้น 3 หอศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ
ผู้ร่วมเสวนา :
  • อาจารย์สุธินี ตันอังสนากุล รองผู้อำนวยการศูนย์ inFASH (Thailand Institute of Fashion Research, Intercolor state member) และกรรมการบริหาร INTERCOLOR Board of Director
  • อาจารย์ไพโรจน์ พิทยเมธี อาจารย์พิเศษคณะมัณฑศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
  • คุณสักกฉัฐ ศิวะบวร ที่ปรึกษา บริษัทอินดัสเทรียล ดีไซน์ เน็ทเวิร์ค จำกัด

Copyright © 2015 THE CENTER OF THAI INSPIRATION Developed By Upbean