ผลงานและกรณีศึกษา

อัตลักษณ์ของที่ระลึกและกราฟิกดีไซน์สะท้อนพื้นถิ่น

วันที่ 27 ส.ค. 2558 เวลา 19:08 น.
 4222
อัตลักษณ์ คือ ความเป็นตัวตน
ตัวตน สะท้อนจากชีวิตประจำวัน หรือวิถี ซึ่งหมายถึงการใช้ชีวิตปกติ
ดังนั้น “ทุกสิ่งทุกอย่างที่รายรอบตัว” คือ อัตลักษณ์
อัตลักษณ์สำคัญเพียงใด ทำไมงานออกแบบจึงต้องมีอัตลักษณ์

ความสำคัญ
หากของที่ระลึกหรือของฝากที่เรามองหา คือสิ่งที่สามารถระบุที่มา
ได้ว่าเป็นของเฉพาะถิ่น ย่อมสร้างคุณค่าเมื่อซื้อติดมือกลับบ้าน ในแง่ของ
ที่ระลึกก็บ่งบอกว่ามีความเฉพาะที่แตกต่างจากแหล่งอื่นๆ หรือหาที่อื่นไม่ได้
ต้องไปที่นั่นอย่างเดียวเท่านั้น ในแง่ของฝาก ผู้รับก็สัมผัสได้ถึงความตั้งใจ
ที่เสาะหา ผู้รับยินดี ผู้ให้ชื่นใจ ของที่ระลึกหลายอย่างมีประโยชน์ใช้สอย
ในตัวเอง บางอย่างทำหน้าที่เพียงเตือนความทรงจำให้ระลึกถึงประสบการณ์
การเดินทาง ด้วยเหตุผลเหล่านี้ของที่ระลึกจึงต้องสร้างอัตลักษณ์ และ
มองถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักเดินทางท่องเที่ยว ที่จะซื้อให้ตัวเอง
และซื้อเป็นของฝาก อัตลักษณ์ที่อยู่ในของที่ระลึกจะผูกโยง
คนกับความทรงจำ

นักท่องเที่ยวมองหา “อะไร
นักท่องเที่ยวมักมองสิ่งสะท้อนความเป็นพื้นถิ่นที่ไปเยือน นี่เป็นหัวใจของการท่องเที่ยว
การไปเยือนแต่ละจุดหมาย มักมีประสบการณ์และความประทับใจให้จดจำต่างกัน เราจึงต้องคำนึง
ความเป็นตัวตนของเรา และของพื้นถิ่น = อัตลักษณ์ของพื้นที่ ดังนั้นอะไรที่บอกว่า “เป็นเรา”
ไม่เหมือนที่อื่น สามารถใช้เป็นต้นทุนได้ ทั้งด้านกายภาพของแหล่งท่องเที่ยว ธรรมชาติ เรื่อง
เล่าขาน ตำนาน อาหาร วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม ประเพณี การแต่งกาย บ้านเรือน สถาปัตยกรรม
ศาสนสถาน สภาพแวดล้อม ฯลฯ เหล่านี้ล้วนช่วยบ่งชี้ว่า ที่นี่คือเรา “เป็นเรา-ไม่เป็นอื่น”
นักท่องเที่ยวคือสื่อที่สำคัญ การเดินทางมาพักผ่อน สัมผัสกับสุนทรียในรูปแบบต่างๆ
ในท้องถิ่น คือการได้พบกับสิ่งที่แปลกแตกต่างจากที่อื่น ซึ่งทำให้การมาเยือนนั้นมีเรื่องราว
น่าจดจำ เกิดเป็นความประทับใจและ “ของที่ระลึก” ก็เป็นตัวช่วยในการเก็บความประทับใจนั้นไว้

กราฟิกดีไซน์ ช่วยสร้างอัตลักษณ์ได้อย่างไร
งานออกแบบเรขศิลป์ หรือกราฟิกดีไซน์ อยู่รอบตัวเราทุกวัน ลองนึกถึงกาแฟตอนเช้า
สักแก้วหนึ่ง ถ้าไปที่ร้านกาแฟ เราจะพบบรรยากาศที่ตกแต่งด้วยกราฟิกที่นำมาจากความเป็น
อยู่ของเมืองนั้นๆ ตัวอย่างเช่น
เมืองน่าน : มีถ้วยกาแฟที่พิมพ์ลายสามล้อถีบเมืองน่าน มีชื่อร้านที่เป็นตัวเมืองน่าน มี
วอลเปเปอร์ประดับด้วยเส้นรูปร่างสันฐาน (outline) ของตึกแถวเก่าๆ ตลาด วัด โรงเรียน มี
กระดาษเช็ดปาก ถุง เมนู โปสเตอร์ ป้ายโฆษณา ที่ล้วนใช้กราฟิกที่สร้างเป็นเส้นรูปร่างความ
เป็นเมืองน่าน มาใช้ในการออกแบบทั้งสิ้น สิ่งเหล่านี้เมื่อทำงานร่วมกันแล้ว ผู้บริโภคจะไม่
นึกถึงที่อื่น นอกจากเมืองน่าน เพราะงานออกแบบทุกอย่างล้วนเป็น “ต้นทุน” ของเมืองน่าน
สำหรับของที่ระลึกและของฝาก เพียงแค่ลายบนกระดาษห่อที่ใช้ต้นทุนของเมืองน่านใน
การออกแบบ ชองชิ้นนั้นก็จะสื่อสารกับผู้รับให้รู้ว่ามาจากเมืองน่าน

เริ่มต้นง่ายๆ ด้วย “แบบแผน(pattern)
แบบแผน หรือ แพทเทิร์น ในคำที่เราคุ้นเคยกว่า เป็นการเริ่มต้นที่สามารถสร้าง
รายได้อย่างต่อเนื่อง เช่น ดอกดวงของแฟชั่นแบรนด์โด่งดังยี่ห้อหนึ่ง ที่เป็นเพียงลายดอกผสมกัน
เรียงเป็นระเบียบ แล้วนำไปปรากฏบนสินค้าทุกประเภทที่สามารถใส่ลวดลายได้ เช่น กระเป๋า
เคสโทรศัพท์มือถือ ตุ๊กตาหมี ผ้าหุ้มเบาะรถยนต์ สินค้าแต่ชิ้นมีราคาสูง สะท้อนตัวแบรนด์ชัดเจน
แล้วอย่างนี้แพทเทิร์นจะไม่น่าสนใจได้อย่างไร
กราฟิกที่มีความชัดเจน มีพลังเพียงพอต่อการสะท้อนอัตลักษณ์หากมาจากต้นทุนของ
พื้นที่นั้น การใช้กราฟิกสำเร็จรูปมีโอกาสซํ้ากับคนอื่นๆ ที่อื่นๆ ได้มาก หรือแม้ว่ากราฟิกที่ใช้จะ
มคี วามคลา้ ยคลึงกับที่อืน่ ๆ เชน่ ลายดอกดวงบนผนังวิหาร ก็อาจพบได้ในศาสนสถานหลายแหง่
แต่หากเรามีที่มาอ้างอิง ก็ถือว่าได้ใช้ความเฉพาะของเมืองนั้นๆ ได้ใช้ราก ใช้ต้นทุนของท้องถิ่น
เราเองในการออกแบบ ดีกว่าใช้สิ่งที่ไร้ที่มาที่ไป อธิบายไม่ได้ ดังนั้น แนวคิดการใช้กราฟิก
จากรูปทรงต่างๆ ของพื้นที่สามารถนำมาประกอบเป็นแพทเทิร์นลายเพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ได้
อย่างดี และใช้ได้กับทุกพื้นที่จริง

กราฟิก (graphic) คืออะไร
รูปภาพ เส้น ทรง อักษร จุด สี ที่ล้วนทำงานด้วยรูปร่างสันฐานหรือเอาท์ไลน์ ฟอร์ม (outline
form) ที่ง่ายๆ แต่สื่อความหมายได้ หรือบรรจุความรู้สึกพ่วงไปได้ ถือว่าเป็นความหมายส่วนหนึ่งของ
งานกราฟิกหรือเรขศิลป์ ที่สามารถนำไปใช้งานได้สะดวกในหลายสื่อ รายละเอียดจึงมักถูกลดทอนลง
เพื่อให้เกิดภาพจำง่ายๆ ลองพิจารณาดูลายไทยในวัดที่มีการลดทอนรูปทรงความเหมือนจริง ได้งาน
คลี่คลายเป็นเค้าโครงที่วาดง่ายขึ้น ใช้งานได้หลากหลายมิติ เป็นภาพเขียน เป็นงานลงรักปิดทอง เป็น
ปูนปั้น งานแกะไม้ เหล่านี้เข้าข่ายความหมายของกราฟิก
ดังนั้นลายไทยและภาพเขียนตามวัด จึงเป็น “ไทยกราฟิก” โดยแท้
กราฟิกที่มาจากชีวิตประจำวัน สร้างได้ด้วยการนำภาพปัจจุบัน มาลดทอนรายละเอียด ลดความ
เหมือนจริงลง เหลือเพียงรูปทรงภายนอกที่พอมองออกและสื่อสารได้ นี่ก็เพียงพอต่อการเป็นงานกราฟิก
แล้ว ด้วยสมรรถนะกล้องถ่ายภาพดิจิตอลและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน ช่วยอำนวยความสะดวก
ในการสร้างงานกราฟิกจากชีวิตประจำวันได้ไม่ยาก

สถานที่-ที่สามารถสะท้อน “วิถีที่น่าสนใจ
1. วัด มีหลายแห่งที่สะท้อนเอกลักษณ์ทั้งด้านสถาปัตยกรรม จิตรกรรมฝาผนัง เครื่องประกอบ
ตกแต่งศาสนพิธีต่างๆ รวมถึงศิลปะพื้นบ้าน เมื่อครั้งมีเทศกาลงานวัด เช่น ตุงบูชา ตุงประดับ
2. ตลาด สถานที่ที่มีชีวิตชีวา แหล่งรวมชีวิตที่หลากหลาย สะท้อนความเป็นอยู่เรื่องอาหาร
การกิน เราสามารถใช้ภาพรวมของการแต่งกายของผู้คน ข้าวของเครื่องใช้ เช่น รถเข็นของ การผูก
รัด มัด ร้อย ร่มแม่ค้า แผง ร้าน การวางสินค้า พวงห้อย กองผัก ป้าย อาคาร ฯลฯ สิ่งที่แปลก
แตกต่างจากที่อื่น จะยิ่งช่วยเสริมอัตลักษณ์ได้ดีขึ้น
3. ตัวเมือง อาคารที่ทำการของหน่วยงานภาครัฐ ตึกแถวเก่า ป้ายถนน ตู้ไปรษณีย์ แม่นํ้า
รถประจำทางหรือรถดัดแปลงประจำถิ่น ฯลฯ

เปลี่ยนภาพถ่าย เป็นภาพไดคัท
ออกเดินสำรวจพื้นที่แต่ละแห่งอย่างช้าๆ มองหาสิ่งที่ “ใช่” เก็บภาพถ่ายให้คมชัด แล้วใช้
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ลบพื้นหลังออก หรือที่เรียกว่า ไดคัท (di-cut) ให้เหลือเพียงโครงภาพนอกที่แสดง
รูปทรงชัดเจน (outline) ไม่มีพื้นหลัง พร้อมบันทึกไฟล์งานว่าเป็นสิ่งใด จากสถานที่ใด และวันที่บันทึก

เปลี่ยนไดคัท เป็นกราฟิก
ใช้โปรแกรม Photoshop ปรับแต่งภาพให้มีนํ้าหนักเข้มจัด-สว่างจัด (hi-contrast) เพื่อนำไป
ทำเป็นเว็คเตอร์ (vector) หรือเส้นร่าง ในโปรแกรม Illustrator จากนั้นจัดวางให้เป็นแพทเทิร์น พร้อม
กับกำหนดสีเพื่อความสวยงาม เหมาะสมกับการนำไปใช้งาน ที่สามารถเลือกใช้แบบเดี่ยว หรือแบบ
ผสมผสาน ทั้งขนาดและรูปทรง ดูแลพื้นที่ว่างให้พอเหมาะ
มีข้อควรระวังคือ ต้องการนำเสนอสิ่งใด ควรให้สิ่งนั้นมีความโดดเด่นที่สุด สิ่งอื่นๆ เป็นเพียงส่วน
ประกอบ อย่านำเสนอสิ่งที่เด่นๆ หลายอย่าง จะเกิดการแย่งจุดสนใจต่อกัน

จากกราฟิกไทย ถึงแพทเทิร์นเฉพาะถิ่น
เราสามารถสร้างแพทเทิร์นเก็บไว้เป็นกองกลาง เพื่อความสะดวกในการนำไปใช้ต่อยอดในการ
ออกแบบ การจัดเตรียมชุดเครื่องมือเพื่ออำนวยความสะดวกต่อการออกแบบ เป็นเรื่องใหม่ของวงการ
ออกแบบกราฟิก เนื่องจากต้องใช้เวลาและงบประมาณ การเก็บสะสมแพทเทิร์นกองกลางจะช่วยให้การ
ทำงานสะดวก และมีจำนวนคนรอใช้ผลงานมากกว่าผู้สร้าง

ประเด็นนี้ควรได้รับการสนับสนุน รวมทั้งรอให้สังคมส่วนใหญ่ตระหนักถึงคุณค่าและประโยชน์
ส่วนรวม สามารถทำได้ครบทั้ง 77 จังหวัด รวมทั้งกรุงเทพมหานคร แพทเทิร์นและคลิปอาร์ต (clip art)
ที่สร้างขึ้นจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด และไม่มีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ เนื่องจาก
เป็นสมบัติส่วนรวมของชาติ ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ออกแบบของที่ระลึกได้โดยไม่ต้องละเมิด
สิทธิ์กันอย่างที่เป็นอยู่

หีบห่อต้นทุนต่ำ
การเตรียมถุง กระดาษห่อ อุปกรณ์เพื่อใช้ประกอบการขาย รวมถึงฉลาก เป็นเรื่องที่สมควรใช้
ความคิดเพื่อให้ออกแบบง่ายๆ มีราคาต่อหน่วยไม่สูง ทำเองได้ งานออกแบบช่วยจัดการปัญหาได้ และ
องค์ความรู้ที่ใช้ควรเป็นสิ่งที่วิสาหกิจชุมชนหรือชาวบ้านทั่วไปเข้าถึงได้ง่าย
การใช้เทคนิค-อุปกรณ์สำเร็จรูป เช่น การใช้ตรายาง การถ่ายสำเนาจากเครื่องถ่ายเอกสาร
การทำสติกเกอร์หรือฉลากสำเร็จรูป ถุงกระดาษพื้นๆ ที่ไม่มีลวดลาย ถุงสำเร็จรูป รวมถึงถุงทำเอง
เชือกปอ เชือกฝ้าย เส้นแฮ่ม ฯลฯ เหล่านี้ถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการสร้างเสน่ห์ ทั้งยังช่วยลดต้นทุนและ
ดูเป็นงานทำมือ (handmade) อีกด้วย และงานทำมือที่ดูดี ก็ต้องการงานออกแบบที่ดี

ดึง “เสน่ห์” เพื่อสร้าง “ของที่ระลึก
เราทำของที่ระลึกเพื่ออะไร...นี่คือคำถามที่ต้อง “ตอบ” ให้ได้ก่อนจะลงมือทำงาน
ถ้าคำตอบคือ ทำของเพื่อให้เกิด “การระลึกถึง” เราก็ต้องการเพียง “เสน่ห์” ในชิ้นงานเป็นหลัก
เรื่องประโยชน์ใช้สอยอาจละไว้เป็นประเด็นรอง ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นครกจิ๋ว แคนจิ๋ว ตะข้องจิ๋ว ที่วางขาย
เพื่อทำหน้าที่ “รฤกถึงกัน” เท่านั้น เอาไปใช้งานจริงไม่ได้ แต่เป็นสิ่งที่ระลึกถึงได้
ปัญหาคือเราจะแต่งตัวให้ของเหล่านี้อย่างไรเพื่อแยกให้ออกว่า ครกจิ๋วจากจังหวัดไหน ตะข้อง
จิ๋วจากจังหวัดใด จุดนี้กราฟิกดีไซน์น่าจะช่วยแก้ปัญหาได้ อย่างน้อยลวดลายถุงก็สามารถแยกแยะได้
ว่าของที่ระลึกนี้มาจากแหล่งใด กระบวนการออกแบบลวดลายแพทเทริน์จึงมีบทบาท
แล้วความคิดดีๆ ที่จะเอามาคิดงาน...มาจากไหน
หลังจากเราตอบได้ว่าชองที่ทำเพื่อการระลึกถึง หรือเพื่อประโยชน์ใช้สอย เสน่ห์ที่พ่วงเข้าไปด้วย
จะช่วยเติมความน่าสนใจ เสน่ห์ที่ถูกใจคนไทยคือความน่ารัก ความสนุก ตลก เฮฮา สวยงาม ดังนั้น
เราต้องเติมเสน่ห์ในข้าวของเหล่านั้น เช่น ถ้าเน้นความสวยงาม ก็ต้องศึกษารสนิยมผู้ซื้อหรือผู้บริโภค
ให้สอดคล้องกัน ซึ่งเป็นเรื่องยากและมีความซับซ้อน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการดำเนินชีวิต
ถ้าเน้นเรื่องสนุก ก็ใช้วิธีการเพิ่มลูกเล่นในชิ้นงาน เช่น ที่ปิดจุกขวดนํ้าเป็นรูปการ์ตูน งาน
ออกแบบสามารถต่อยอดให้เกิดการสะสมเป็นชุด สลับใช้ไปมาได้ หรือเลือกซื้อเพื่อผสมการใช้งานได้
ความสนุกในการใช้งานก็เกิดขึ้น สีสันที่สดใสก็สื่อถึงความสนุกได้เช่นกัน เช่น ท็อฟฟี่นํ้าตาลมะพร้าว
ห่อกระดาษฟางหลากสีสัน ดูสนุกสนานเหมือนงานวัด รสชาติหวานนุ่มลิ้นเหมาะเป็นของฝาก เลือกหยิบ
กินโดยเปลี่ยนสีกระดาษห่อไปเรื่อยๆ
บรรยากาศของการตกแต่งร้าน ก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งในการทำธุรกิจของที่ระลึก ทั้งเรื่องการ
ตกแต่งร้านที่สะท้อนความเป็นท้องถิ่น การติดราคาสินค้าที่ชัดเจน การจัดสินค้าที่เป็นระเบียบ ไม่รก
รุงรัง มองเห็นชัดเจน การเขียนราคาประมาณประเภท ครึ่งโล 100 โดยคำว่า “ครี่ง” เขียนตัวเล็ก
นิดเดียวมองไม่เห็นถนัด เมื่อมองเผินๆ เหมือนราคาถูก แต่ที่จริงคือราคากิโลกรัมละ 200 บาท เข้าข่าย
เจตนาหลอกลวง การไม่จริงใจเป็นเรื่องที่ไม่สมควรมีอยู่ ในการทำธุรกิจยุคที่ประเทศต้องการการปฏิรูป
ประการสำคัญ ควรตระหนักอย่างถ่องแท้ว่า โลกต้องการให้ “เราเป็นเรา” และเราคือไทย ไม่มี
เหตุผลใดที่เราต้องพยายามทำ ตัวให้เหมอื นชาติอื่น การผลติ ของทีร่ ะลึกขึ้นมาเหมอื นชาติอื่นๆ คงไมมี่
นักท่องเที่ยวคนไหนอยากซื้อ
การทำของ ตั้งชื่อ ให้เหมือนหรือเลียนแบบชาติอื่นๆ ก็คือความพยายามทำตัวเป็นของปลอมนั่นเอง


โดย ไพโรจน์ ธีระประภา

มัณฑศิลป์ รุ่นที่ 29 มหาวิทยาลัยศิลปากร • อดีตอาร์ตไดเรคเตอร์
บริษัทโฆษณาหลายแห่ง • ผู้ออกแบบฟอนท์ “ฟ้าทะลายโจร”
ในภาพยนตร์เรื่องฟ้าทะลายโจร และแจกฟรีเพื่อสาธารณประโยชน์
และฟอนท์สำหรับภาพยนต์ไทยอีกหลายเรื่อง • เปิดร้านขายของที่ระลึกชื่อ
“สยามรวย” และ “เดอะชนบท” • อาจารย์พิเศษและวิทยากรรับเชิญ
ด้านกราฟิกดีไซน์ • สมาชิกกลุ่มแรงบันดาลไทย
Copyright © 2015 THE CENTER OF THAI INSPIRATION Developed By Upbean